No image preview.   By: การตลาด(18 พ.ย. 2563)   โรคนิ่วในถุงน้ำดี

 โรคนิ่วในถุงน้ำดี

โรคนิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการเสียสมดุลระหว่างสารละลายหลักในถุงน้ำดี ได้แก่ คลอเรสเตอรอล ไขมันฟอสเฟต และกรดน้ำดี จนเกิดเป็นตะกอนและนิ่วในที่สุด โดยก้อน นิ่วในถุงน้ำดี อาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ รวมถึงจำนวนที่แตกต่างกัน หากปล่อยทิ้งไว้จนตะกอนนิ่วมีขนาดใหญ่

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

โรคนิ่วในถุงน้ำดี พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ตั้งแต่อายุ 30 – 50 ปี ด้วยอาการของโรคคล้ายโรคกระเพาะอาหาร จึงถูกมองว่าไม่อันตราย เพียงแค่ซื้อยามารับประทานเอง แต่ในความจริงแล้วโรคนิ่วในถุงน้ำดีมีอันตรายมาก หากพบอาการดังนี้ ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยภายใน 1-2 สัปดาห์

1.ท้องอืด แน่นท้อง
2.อาหารไม่ย่อย ส่วนใหญ่เกิดหลังรับประทานอาหารไขมันสูง
3.ปวดท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ด้านขวา ร้าวไปจนถึงไหล่และหลังด้านขวา

หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วหล่นลงมาอุดตันท่อน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ หรือมีอาการ มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน ภาวะดีซ่าน หรือปัสสาวะสีเข้ม ปวดท้องรุนแรงจนไม่สามารถนั่งหรือยืนได้ ควรรีบไปโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดี
1.คนที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน
2.ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ
3.มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
4.ผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อรับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจน
5.ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาลดไขมันบางชนิด
6.การลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว
7.โรคเลือดบางชนิดที่มีการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงเร็วกว่าปกติ เช่น โรคธาลัสซีเมีย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ OPD 073-223600-4 ต่อ 116,117

-------------------------------
#บริการด้วยดวงใจห่วงใยด้วยดวงจิต
-------------------------------


ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพ และโปรโมชั่นดีๆ อย่าลืมกด like และติดดาว (see first) เพจโรงพยาบาลสิโรรสยะลา กันนะคะ


..



HTML5 BY TAH
Notice: สอบถาม หรือติดต่อการใช้งานเว็บไซต์ แผนกคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 @ 2015