No image preview.   By: การตลาด(9 มิ.ย. 2564)   การรักษาไข้หวัดและโควิด-19 ต่างกันอย่างไรบ้าง?

 การรักษาไข้หวัดและโควิด-19 ต่างกันอย่างไรบ้าง?

การรักษาไข้หวัดและโควิด-19 ไม่สามารถจะเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากโรคทั้งสองมีความแตกต่างกัน โดยแนวทางในการรักษาทั่วไปมีดังนี้

1. การรักษาไข้หวัด

ไข้หวัดเป็นโรคที่ไม่จำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อไวรัส เนื่องจากภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยจะกำจัดเชื้อได้ด้วยตัวเอง และจะมีอาการดีขึ้นภายใน 7-10 วัน โดยในระหว่างนี้สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการพักผ่อนมาก ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอาจรับประทานยาต่อไปนี้

ยาแก้ปวดลดไข้ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป อย่างยาพาราเซตามอล ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้คัดจมูก เพื่อบรรเทาอาการหวัดและช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น ได้แก่ กลุ่มยาแก้แพ้ เช่น ยาเซทิริซีน (Cetirizine) ยาลอราทาดีน (Loratadine) หรือยาซูโดเอฟีดรีน (Pseudoephedrine) ยาแก้ไอหรือยาขับเสมหะ เพื่อช่วยบรรเทาอาการไอและช่วยให้ขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น

2. การรักษาโควิด-19

ในปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนใด ๆ ที่ใช้รักษาหรือป้องกันโควิด-19 การรักษาหลักจึงเป็นการรักษาไปตามอาการที่เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นอาจใช้วิธีดูแลตนเองคล้ายกับการรักษาอาการไข้หวัดหากแพทย์พิจารณาแล้วว่าผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงมาก เช่น การรับประทานยารวมกับการพักผ่อนดูแลตนเองที่บ้าน แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อประคับประคองไม่ให้อาการแย่ลงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต

ดังนั้น หากรู้สึกไม่สบายหรือมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นอาการของโควิด-19 ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำดังนี้

- ผู้ป่วยควรกักตนเองอยู่ที่บ้านแยกจากผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของต่าง ๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวและสัตว์เลี้ยง หากเป็นไปได้ควรแยกใช้ห้องน้ำหรือพื้นที่อยู่อาศัยออกจากคนในครอบครัว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

- ทำความสะอาดบ้านและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้านให้สะอาด เนื่องจากเชื้อไวรัสอาจเกาะอยู่บนพื้นผิวของสิ่งของได้ นอกจากนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องทำความสะอาดบริเวณที่ผู้ป่วยใช้กักตนเอง

- หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก และไม่ควรเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในสถานที่สาธารณะหรือติดต่อกับผู้อื่น

- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดอย่างน้อย 20 วินาที ในกรณีที่ไม่สะดวกในการล้างด้วยน้ำและสบู่ สามารถทำความสะอาดมือด้วยเจลล้างมือที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% โดยเฉพาะหลังจากการไอหรือจาม หลังการเข้าห้องน้ำ ก่อนการเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร

วิธีการป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายหรือรับเชื้อโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด คือหมั่นล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ หากต้องการไอหรือจามควรใช้กระดาษทิชชู่ปิดจมูกและปาก หากไม่มีกระดาษทิชชู่ควรไอหรือจามใส่ข้อศอกด้านในตนเอง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ และหากเป็นไปได้ ควรอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร

ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการหายใจลำบากหรือหายใจหอบถี่ รู้สึกเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างต่อเนือง มีอาการสับสน เซื่องซึม สีของใบหน้าและปากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำลง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของอาการขั้นรุนแรงที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด


--------------------------------

Facebook Chat : Click here
Line : Click here
Youtube : Click here
Tiktok : Click here

-------------------------------

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการรักษาหรือทำการนัดหมาย
Call Us 073-223600-4 ต่อ 116,117
แผนที่การเดินทางมายังโรงพยาบาล
กดเพื่อดูแผนที่

-------------------------------
#บริการด้วยดวงใจห่วงใยด้วยดวงจิต
-------------------------------

ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพ และโปรโมชั่นดีๆ อย่าลืมกด like และติดดาว (see first) เพจโรงพยาบาลสิโรรสยะลา กันนะคะ
..




HTML5 BY TAH
Notice: สอบถาม หรือติดต่อการใช้งานเว็บไซต์ แผนกคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 @ 2015