No image preview.   By: การตลาด(9 มิ.ย. 2564)   มาดู! ไข้หวัดและโควิด-19 ต่างอย่างไร?

 มาดู! ไข้หวัดและโควิด-19 ต่างอย่างไร?

ไข้หวัดและโควิด-19 อาจมีความคล้ายกันในแง่ของการได้รับเชื้อไวรัส แต่อาจมีความแตกต่างของอาการและการแพร่กระจายที่พอจะสังเกตได้ดังนี้

1. ไข้หวัด
ไข้หวัดส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยมักเกิดในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง อย่างฤดูฝนหรือฤดูหนาว หากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ผู้ป่วยแสดงอาการออกมาในช่วง 1-3 วัน หลังได้รับเชื้อ ดังนี้

- คัดจมูก น้ำมูกไหล และมีน้ำมูกอุดตันภายในจมูก
- เจ็บคอ
- ไอและจาม
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ปวดศีรษะ

ในบางกรณีอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย เคืองตา หูอื้อ ปวดหู สูญเสียการได้กลิ่นและการรับรส หรืออาจมีไข้ในผู้ป่วยบางราย โดยทั่วไป อาการของไข้หวัดมักดีขึ้นเองภายใน 7-10 วัน แต่ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น อย่างหลอดลมอักเสบหรือปอดบวม

ทั้งนี้ การแพร่กระจายของไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดมักเป็นการแพร่จากผู้ที่มีอาการป่วยไปยังผู้อื่นผ่านสารคัดหลั่งในอากาศ และการติดต่อสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อไข้หวัด เช่น ไอ จาม พูดคุย หรืออาจได้รับเชื้อไวรัสจากการสัมผัสมือหรือสิ่งของที่ผู้ป่วยได้สัมผัสแล้วนำมาสัมผัสบริเวณดวงตา จมูกหรือปากของตนเอง เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์มือถือ หรือของใช้ต่าง ๆ จึงทำให้เชื้อไวรัสนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกาย

2. โควิด-19
เชื้อโควิด-19 อาจทำให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับที่ไม่รุนแรงไปจนถึงมีอาการรุนแรง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในบางกรณี ผู้ป่วยบางรายที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ก็อาจไม่มีอาการแสดงใด ๆ ได้เช่นกัน โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยโควิด-19 จะมีอาการจะแสดงออกมาในช่วง 2-14 วัน หลังการได้รับเชื้อ ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยใน ได้แก่

- มีไข้
- ไอแห้ง ๆ
- หายใจหอบเหนื่อย
- อ่อนแรง

นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอหรือท้องเสีย แต่หากอาการรุนแรงมากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม อวัยวะภายในทำงานล้มเหลวหรือนำไปสู่การเสียชีวิต

โรคโควิด-19 สามารถเกิดได้กับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย แต่บุคคลบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ได้สูงกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง อย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคปอด โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หรือติดเชื้อเอชไอวี อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณของโรคโควิด-19 มีประวัติติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ภายใน 14 วัน เช่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อิหร่าน อิตาลี เป็นต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย หรือสามารถสอบถามเพิ่มกับสายด่วนกรมควบคุมโรคที่เบอร์ 1422

สำหรับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เกิดขึ้นคล้ายกับการแพร่กระจายของไข้หวัด โดยสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งที่ผู้ติดเชื้อไอหรือจามออกมา อีกทั้งสารคัดหลั่งเหล่านี้อาจติดอยู่บนสิ่งของหรือพื้นผิวต่าง ๆ เมื่อสัมผัสโดนสิ่งของหรือพื้นผิวนั้นแล้วใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตา จมูกหรือปาก จึงทำให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 ได้ นอกจากนี้ การแพร่กระจายของโควิด-19 ยังได้เกิดจากสูดเอาสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐอเมริกา จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ และควรอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ


--------------------------------

Facebook Chat : Click here
Line : Click here
Youtube : Click here
Tiktok : Click here

-------------------------------

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการรักษาหรือทำการนัดหมาย
Call Us 073-223600-4 ต่อ 116,117
แผนที่การเดินทางมายังโรงพยาบาล
กดเพื่อดูแผนที่

-------------------------------
#บริการด้วยดวงใจห่วงใยด้วยดวงจิต
-------------------------------

ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพ และโปรโมชั่นดีๆ อย่าลืมกด like และติดดาว (see first) เพจโรงพยาบาลสิโรรสยะลา กันนะคะ
..




HTML5 BY TAH
Notice: สอบถาม หรือติดต่อการใช้งานเว็บไซต์ แผนกคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 @ 2015