No image preview.   By: การตลาด(22 เม.ย. 2564)   เดือนรอมฎอน ทานยายังไงให้ถูกวิธี?

 เดือนรอมฎอน ทานยายังไงให้ถูกวิธี?

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาในระหว่างเดือนรอมฎอน จำเป็นต้องปรับยาบางมื้อให้เข้ากับจำนวนมื้อและเวลาอาหารที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ ยาทั่วไปที่รับประทานวันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงก่อนหรือหลังอาหารมื้อเช้าให้มากินก่อนหรือหลังอาหารก่อนถือศีลอด

ส่วนยาที่รับประทานในช่วงก่อนหรือหลังอาหารมื้อเย็นให้ไปรับประทานหลังละศีลอดโดยยาที่รับประทานก่อนอาหารเย็นสามารถรับประทานร่วมกับการละศีลอดด้วยอินทผลัมและน้ำได้ จากนั้นจึงไปละหมาดแล้วกลับมารับประทานอาหารตามปกติ

ขณะที่ยาที่ต้องรับประทานวันละ 3 ครั้ง จำเป็นต้องดูว่ายาที่ใช้อยู่เป็นยาที่รักษาตามอาการ หรือยารักษาตามโรคที่ไม่สามารถหยุดได้ ถ้าเป็นยารักษาโรคตามอาการสามารถงดมื้อเที่ยงได้ เหลือรับประทานยาเฉพาะมื้อเช้ากับเย็น แต่หากเป็นยารักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

นายแพทย์สาธิต กล่าวว่า สำหรับโรคแทรกซ้อนช่วงถือศีลอดได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ และโรคอุจจาระร่วงอย่างแรง อันเกิดจากการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่ไม่สะอาด จึงควรระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากขึ้น

โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน มันมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน หากมีอาหารที่ทำเก็บไว้ค้างคืนควรเก็บไว้ในตู้เย็นและก่อนกินอาหารควรอุ่นด้วยความร้อนให้เดือด

ส่วนการเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปนั้นควรเลือกซื้อจากร้านที่ได้รับการรับรองว่าเป็นร้านอาหารสะอาด ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข

หากมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ 3 ครั้งขึ้นไป ภายใน 24 ชั่วโมง ควรดื่มน้ำผสมน้ำตาลเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านโดยเร็ว

ข้อควรคำนึงระหว่างการถือศีลอด

วางแผนการกินดื่ม หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง สำหรับอาหารละศีลอด หรืออาหารที่เป็นน้ำตาล หรือข้าวขัดสี การกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลวีท ผัก ผลไม้ ข้าวกล้องจะช่วยให้อิ่มทนและระดับน้ำตาลไม่สูงขึ้นพรวดพราด

ตามซุนนะฮฺมีการละศีลอดด้วยผลอินทผลัมและน้ำเปล่า มีข้อมูลทางการแพทย์พบว่า อินทผลัม 1 ขีด (100 กรัม) จะให้ใยอาหาร (dietary fiber) ประมาณ 50-100% ของปริมาณที่ควรจะได้รับในแต่ละวันแล้ว นอกจากนี้ในอินทผลัมยังมีน้ำตาลฟรุคโตส ซึ่งดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้า ๆ และยังมีค่า glycemic index ต่ำ ทำให้ระดับน้ำตาลไม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ป่วยเบาหวานอาจจะต้องเพิ่มความถี่ในการตรวจน้ำตาลในเลือด หรือสังเกตอาการของภาวะน้ำตาลตกให้ดียิ่งขึ้น หากมีอาการน้ำตาลตกบ่อยครั้ง อาจต้องพิจารณายกเลิกการถือศีลอดไปชั่วคราว

ในวัยทำงานอาจจะต้องระวังในเรื่องระยะเวลาและความแรง (intensity) ในการออกแรงทำงาน หรือออกกำลังกายมากกว่าปกติ

หลังหมดเดือนรอมฎอนไปแล้ว 2-3 วันยังต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ OPD 073-223600-4 ต่อ 116,117

-------------------------------
#บริการด้วยดวงใจห่วงใยด้วยดวงจิต
-------------------------------


ไม่พลาดข่าวสารสุขภาพ และโปรโมชั่นดีๆ อย่าลืมกด like และติดดาว (see first) เพจโรงพยาบาลสิโรรสยะลา กันนะคะ


..



HTML5 BY TAH
Notice: สอบถาม หรือติดต่อการใช้งานเว็บไซต์ แผนกคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 @ 2015