No image preview.   By: คอมพิวเตอร์(11 ต.ค. 2563)   วัคซีนพื้นฐาน

  Ep 1 : วัคซีนพื้นฐาน
เด็กตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 12 ปี ควรได้รับวัคซีนวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนจำเป็นแต่ละวัยตามตารางวัคซีนของสมาคมโรคติดเชื้อเด็ก
ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย หรือหากป่วยก็จะมีอาการไม่รุนแรง และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปี โดยปีแรก ฉีด2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์ นอกจากวัคซีนพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับเด็กๆ แล้ว ยังมีวัคซีนเสริมที่เด็ก ๆ ควรได้รับ เช่น วัคซีนโรตาไวรัส วัคซีนนิวโมค็อกคัส วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส วัคซีนไข้เลือดออก
เด็กๆ ทุกคนควรได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและสร้างเกราะป้องกันโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคสำหรับเด็กได้ครอบคลุม ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษากุมารแพทย์ถึงวัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนจำเป็นแต่ละชนิดที่ควรได้รับตามวัยของลูกน้อย
วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็ก
สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยประกาศตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนจำเป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตามช่วงวัย ดังนี้
วัคซีนวัณโรค (BCG) ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด โดยฉีดที่บริเวณไหล่ซ้าย ซึ่งปกติโรงพยาบาลจะฉีดให้ทารกก่อนกลับบ้าน
1. วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) ต้องได้รับทั้งหมด 3 เข็ม โดยฉีดเข็มแรกตั้งแต่แรกเกิด เข็มที่สองเมื่ออายุครบ 1 เดือน และเข็มสุดท้ายเมื่อเด็กครบ 6 เดือน
2. วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) โดยฉีดชุดแรก 3 ครั้ง เมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน หลังจากนั้นควรมีการฉีดเพื่อกระตุ้นการทำงานของวัคซีนอีกครั้งในช่วงอายุ 1 ปี 6 เดือน และเมื่อมีอายุ 4-6 ปี และฉีดเฉพาะ คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน สำหรับเด็กโต
3. วัคซีนโปลิโอ โดยใช้วัคซีนโปลิโอชนิดฉีดร่วมกับวัคซีนโปลิโอรูปแบบกิน โดยเด็กๆ จะได้รับการหยอดวัคซีนโปลิโอรูปแบบกินจำนวน 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2 , 4, 6 เดือน, 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี และต้องได้รับวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน 1 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน
4. วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม(MMR) / วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ควรฉีดตามช่วงอายุคือ 1 ปี และ 2 ปี 6 เดือน
5. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปี โดยปีแรก ฉีด2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์
6. วัคซีนเอชพีวี (HPV) ควรฉีดตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70-90 %
ข้อควรปฏิบัติสำหรับการรับ วัคซีนเด็ก
- พ่อแม่ควรนำสมุดบันทึกการรับวัคซีนติดตัวมาด้วยทุกครั้ง
- ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลก่อน ว่าลูกมีอาการแพ้ยา หรืออาหารชนิดใดบ้างหรือไม่
- หากมีไข้สูง หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรงดการรับวัคซีน
- หลังรับวัคซีนไม่ควรกลับบ้านทันที ควรรอดูปฏิกิริยาแพ้ยาอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที
การเห็นลูกน้อยร้องไห้กลัวเข็มฉีดยา อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนถอดใจที่จะพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีน หรืออาจมองข้ามความสำคัญจนละเลยไม่พาลูกน้อยไปรับวัคซีนตามนัดหรือตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ความจริงแล้ว วัคซีนมีความสำคัญและจำเป็นต่อเด็กๆ ทุกคน โดยเฉพาะวัคซีนขั้นพื้นฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าเด็กไทยทุกคนต้องได้รับตามช่วงอายุ เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันโรคสำหรับลูกน้อยจากโรคร้ายแรงที่อาจมีอันตรายถึงชีวิตในอนาคตได้ ..


[เอกสารเพิ่มเติม]



HTML5 BY TAH
Notice: สอบถาม หรือติดต่อการใช้งานเว็บไซต์ แผนกคอมพิวเตอร์ ชั้น 4 @ 2015